ผู้แทนนักรบตอลิบานอ้างสามารถควบคุมดินแดนในอัฟกานิสถานได้แล้วถึง 85% ขณะที่หลายฝ่ายแสดงความวิตกกังวลว่าการถอนทหารสหรัฐฯ และนานาชาติอาจทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในประเทศแห่งนี้เลวร้ายลง และเป็นอุปสรรคต่อการจัดส่งยารักษาโรคและความช่วยเหลือที่จำเป็นให้แก่พลเมืองอัฟกัน

เจ้าหน้าที่รัฐบาลอัฟกานิสถานปฏิเสธคำกล่าวอ้างของตอลิบาน โดยชี้ว่าเป็นเพียงการ “โฆษณาชวนเชื่อ” ระหว่างที่กองกำลังนานาชาติซึ่งรวมถึงสหรัฐฯ เริ่มทยอยถอนตัวจากสงครามที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 20 ปี

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นหลายคนออกมายอมรับว่า การจากไปของกองกำลังต่างชาติทำให้นักรบตอลิบานเกิดความฮึกเหิม และได้บุกยึดเขตสำคัญในจังหวัดเฮรัต (Herat) ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของชนกลุ่มน้อยมุสลิมชีอะห์หลายหมื่นคน นอกจากนี้ยังยึดเมืองตอร์กุนดี (Torghundi) ซึ่งอยู่ติดพรมแดนเติร์กเมนิสถานได้ภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงอัฟกันและผู้ลี้ภัยหลายร้อยคนได้อพยพหนีข้ามพรมแดนไปยังอิหร่านและทาจิกิสถาน ขณะที่รัสเซียและประเทศใกล้เคียงเริ่มหวั่นวิตกว่าพวกอิสลามิสต์หัวรุนแรงอาจจะแทรกซึมเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียกลางในที่สุด

ชาฮาบุดดิน เดลาวาร์ หนึ่งในคณะผู้แทนที่ตอลิบานส่งไปเยือนมอสโก รับปากว่า “จะทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ปักหลักในอัฟกานิสถาน และดินแดนของเราจะไม่ถูกใช้เป็นฐานโจมตีประเทศเพื่อนบ้านอย่างแน่นอน”

เขายังกล่าวด้วยว่า “รัสเซียและประชาคมโลกคงจะได้ทราบแล้วว่า ดินแดน 85% ของอัฟกานิสถานอยู่ในการควบคุมของตอลิบานแล้ว”

จอห์น เคอร์บีย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลว่าตอนนี้นักรบตอลิบานควบคุมดินแดนอัฟกานิสถานมากน้อยแค่ไหน

“การอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถครอบครองมันไว้ได้ในระยะยาว” เคอร์บีย์ ให้สัมภาษณ์กับ CNN พร้อมยืนยันว่าถึงเวลาแล้วที่กองกำลังความมั่นคงอัฟกันจะต้องรับหน้าที่ปกป้องประเทศและประชาชนของตนเอง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเตือนว่า บุคลากรด้านสาธารณสุขกำลังเผชิญความยากลำบากในการจัดส่งยารักษาโรคและความช่วยเหลืออื่นๆ ที่จำเป็นเข้าสู่อัฟกานิสถาน และเจ้าหน้าที่บางคนต้องหนีตายออกนอกพื้นที่ เนื่องจากสถานปฏิบัติงานถูกโจมตี

ริค เบรนแนน ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการฉุกเฉินของ WHO ประจำภูมิภาค ระบุว่า มีประชากรอัฟกันอย่างน้อย 18.4 ล้านคนกำลังต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมถึงเด็กๆ 3.1 ล้านคนที่เสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการ

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ได้ออกมาปกป้องอย่างหนักแน่นต่อการตัดสินใจถอนทหารอเมริกันออกจากอัฟกานิสถาน โดยระบุว่าประชาชนชาวอัฟกันควรได้ตัดสินอนาคตของตนเอง แทนที่ต้องมาเสียสละชีวิตอเมริกันชนรุ่นแล้วรุ่นเล่าในสงครามที่เอาชนะไม่ได้

ไบเดน กำหนดกรอบเวลาวันที่ 31 ส.ค. ในการถอนกำลังพลชุดสุดท้ายออกจากอัฟกานิสถาน โดยจะยังคงทหารไว้เพียง 650 นายเพื่อปกป้องสถานทูตอเมริกันในกรุงคาบูล

ผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่า วอชิงตันได้ “บรรลุเป้าหมายเริ่มต้น” ของการส่งทหารบุกอัฟกานิสถานเมื่อปี 2001 นานแล้ว ซึ่งก็คือการกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธอัลกออิดะห์ รวมถึงป้องกันไม่ให้สหรัฐฯ ต้องเผชิญเหตุโจมตีเหมือนเช่นเหตุการณ์ 11 ก.ย. ปี 2001 อีก

อุซามะห์ บินลาดิน อดีตผู้นำสูงสุดอัลกออิดะห์ ถูกหน่วยรบพิเศษ “ซีล” ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ปลิดชีพคาบ้านพักในปากีสถานเมื่อปี 2011